Joomla 1.5.x
( 3 Votes )
15 เมษายน 2010 ผู้ชม: 6919
Tags:
phpMyAdmin เป็น Web Application (เว็บแอพพลิเชั่น) ชนิดหนึ่ง ใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์ มีความสามารถในการติดต่อฐานข้อมูล นิยมใช้กับฐานข้อมูลประเภท MySQL ซึ่งทำให้เราไม่ต้องจำคำสั่งที่เป็นแบบ Text Base ในการใช้งานฐานข้อมูล , เรามีหน้าที่เพียงคลิก คลิก ก็สามารถใช้งานเบื้องต้นได้แล้ว |
หน้า 4 จาก 4


การติดตั้ง Joomla ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด แต่การที่จะติดตั้งให้เสร็จสมบูรณ์โดยไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ นั้น จำเป็นต้องทราบถึงที่มา ที่ไป และองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการดำเนินการ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว หากเกิดปัญหาในการติดตั้ง เราก็จะไม่ทราบสาเหตุและแก้ปัญหาได้เลย เรื่องง่าย ๆ ก็ทำให้คนปวดหัวมามากแล้ว จริงไหม
เดินดุ่ม ๆ ไปตามผู้ให้บริการต่าง ๆ ก็เห็นมีแต่บริการออกแบบ และจัดทำ Website ให้พร้อมสรรพ แต่ถ้าเราอยากเริ่มต้นทำด้วยตัวเอง โดยใช้ Joomla ล่ะ เราควรจะต้องรู้อะไรบ้าง ถ้าหากยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย แล้วโดเมนเนม คืออะไร Hosting คืออะไร มันเกี่ยวกันยังไง
Component Update Manager เป็นคอมโพเน้นท์ที่สามารถอัพเดท Joomla ของเราให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดได้ แต่ผมเองคิดว่าคงจะมีไม่น้อย ที่ติดปัญหาการใช้งานตัวนี้ในบางขั้นตอน ดังนั้นจะสาธิตวิธีการเกิดปัญหาดังกล่าวให้ดูครับ ก่อนอื่นก็ไปหาคอมโพเน้นท์ตัวนี้มาติดตั้งก่อน จากตัวอย่างจะเห็นว่าผมใช้ Joomla เวอร์ชั่น 1.5.11 ซึ่งขณะนี้ที่ผมเขียนบทความ เวอร์ชั่นปัจจุบันจะอยู่ที่ 1.5.15
บางครั้ง เราก็ไม่สามารถที่จะอัพโหลด Joomla ได้ตามปกติ โดยเฉพาะกับฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ (ไฟล์ .sql มีขนาดใญ่) เกินว่าที่ทางโฮสได้กำหนดไว้ , ทางเลือกก็อาจจะมีการแบ่งย่อยออกเป็นหลายตาราง รวมถึงการบีบอัดไฟล์ ให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่วิธีที่ผิดแต่อย่างใด แต่สำหรับวีที่ผมจะนำเสนอนี้ เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้ Joomla คุณกลับมาเหมือนเก่า รวมถึงไม่ติดปัญหาเรื่องไฟล์ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่เกินที่จะ Import ได้
หลายต่อหลายครั้ง ที่พยายามจะแก้ไขสิ่งที่แสดงผลของ Joomla เช่น อยากจะแก้หน้าตาล็อคอิน , อยากจะเปลี่ยนสี , อยากจะจัดรูปแบบใหม่ , อยากจะแก้ไขข้อความ , อยากจะเพิ่มให้มีอันนี้อยู่ข้างล่าง , อยากจะเอาข้างบนนี้ออกไป แต่ จะแก้ยังไง จะหายังไง มันอยู่ตรงไหน เพราะไฟล์ Joomla มีเป็นร้อย ต้องมานั่งเปิดไล่ทีละไฟล์กันหรืออย่างไร
กรณีที่จะกล่าวถึงนี้ อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวทางดังต่อไปนี้ก็ได้ แต่ที่นำมาเสนอ เพราะจะได้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดจากรณีเดียวกัน
เคยเจอไหมครับ แบบนี้
Joomla นั้น จะมีการใช้งานบางอย่าง ที่ต้องเก็บค่าบันทึกต่าง ๆ ลงในไฟล์โดยตรง เช่น param.ini , configuration.php , template.css หรือไดเร็คทอรี่บางตำแหน่ง ที่ต้องอนุญาตให้เขียนไฟล์เพิ่มเติมลงไปได้ เช่น การอัพโหลดรูปผ่าน Joomla , อัพโหลดไฟล์อื่น ๆ ผ่าน Joomla ดังนั้น ไฟล์เป้าหมาย หรือไดเร็คทอรี่ที่ต้องการ ก็จะต้องมีการ Set Permission เพื่อให้สามารถเขียนลงได้เสียก่อน ซึ่งเรามักจะทำผ่านโปรแกรม FTP ต่าง ๆ เช่น Filezilla
วิธีที่คุณจะเข้าถึงพื้นที่การใช้งานของคุณโดยตรงได้นั้น คุณจะต้องมีโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ของคุณเอง สำหรับโอน ย้าย ดาวน์โหลด อัพโหลดไฟล์ หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า File Transfer แต่การที่คุณจะทำ File Transfer ได้นั้น คุณจะต้องมีโปรแกรมอย่างที่ผมกำลังจะแนะนำ เพื่อเชื่อมไปยังพื้นที่ของคุณเอง โดยการเชื่อมต่อนี้ จะต้องผ่านเส้นทางที่เรียกว่า
เมื่อเราได้จดทะเบียนโดเมนเนม และมีพื้นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณจะได้มาก็คือ รหัสผ่านสำหรับควบคุมพื้นที่การใช้งานของคุณเอง ซึ่งรหัสผ่านที่ได้ จะใช้สำหรับล็อคอินเพื่อเข้าระบบจัดการผ่านเว็บบราวเซอร์ โดยผู้ให้บริการจะมีเครื่องมือที่เรียกว่า Panel (พาเนล) หรือ Control Panel (คอนโทรล พาเนล) ซึ่งจะมีเมนูให้คุณได้กดใช้งานกันอย่างง่าย ๆ แต่ละพาเนล ก็จะมียี่ห้อต่างกันออกไป หน้าตาอาจจะไม่เหมือนกัน แต่คอนเซปของพาเนลเหล่านี้ ก็คือ เป็นเครื่องมือจัดการพื้นที่ของคุณนั่นเอง
คงยังจำกันได้ว่า หลังการติดตั้ง Joomla เสร็จแล้ว เราจะต้องทำการ
เนื่องจากว่า ผมเห็นการสอบถามข้อมูลนี้ค่อนข้างเยอะมาก ว่าจะอัพโหลด Joomla จากเครื่องตนเองไปยัง Server ได้อย่างไร , จะย้ายเว็บจากเครื่อง ขึ้นโฮส ขึ้น Server ยังไง, คอนเซปคร่าว ๆ ก็มีเพียงแค่ คุณนำไฟล์ Joomla ทั้งหมดจากเครื่องตัวเองที่ได้ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นไดเร็คทอรี่ใด ๆ ก็ตามที่มีการติดตั้ง Extension ไปแล้วก็ด้วย อัพโหลดขึ้นไปยัง Root Directory ให้หมด หากไฟล์มีขนาดใหญ่ คุณสามารถอ่านบทความ Upload Joomla เพื่อช่วยในการอัพโหลดให้รวดเร็วขึ้นได้ แล้วก็เปลี่ยนค่าของ Configuration นิดหน่อย ขั้นตอนทั้งหมดนี่ ไม่ยากอย่างที่คิดเลย
สำหรับผู้เริ่มต้นสนใจใน Joomla ไประยะหนึ่ง จะเกิดความสงสัยว่า 3 ตัวนี้ มันแตกต่างกันอย่างไร รู้เพียงแต่ว่า เราต้องติดตั้งตัวนี้ มันก็จะใช้งานได้ , รู้เพียงแต่ว่า ติดตั้งแล้ว ต้องไปดูที่ตรงนี้ ถึงจะใช้ได้ , ความแตกต่างของ คอมโพเน้นท์ โมดูล และปลั๊กอิน อยู่ที่การใช้งาน และการแสดงผล ซึ่งมีลักษณะการแสดงผล ของตัวมันเองไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายถึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางครั้งการใช้งานก็มีความคล้ายคลึงกัน จนกระทั่งเราก็สับสนกับมันเล็กน้อย ถ้าหากเราไม่คุ้นเคยกับส่วนเสริมเหล่านี้บ่อย ๆ
มาอีกแล้ว ปัญหาแปลก ๆ , ปัญหานี้เกิดขึ้นจากที่ผมพยายามอัพโหลดไฟล์ขนาด 23 เมก ผ่านทาง Media Manager ครับ แล้วอยู่ดี ๆ มันก็ขึ้นว่า Please input a file for upload พร้อมแถบเหลืองอ๋อย และก็อัพโหลดไม่สำเร็จเสียด้วย
มีไม่น้อยครับ ที่ไม่ทราบว่า FTP Settings ที่อยู่ในเมนู Global Configuration มีไว้ทำอะไร รู้แต่เพียงว่า ให้ใส่ Username , Password ของ FTP ก็แค่นั้นพอ ใส่ไปแล้วก็ไม่เห็นถึงความแตกต่างอะไรเลย , แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีหน้าที่ไว้ทำอะไรบ้าง หรือรู้แต่เพียงว่า ใส่ ๆ ไปเถอะ ฮาาาาา
Password นั้น สำหรับผู้จัดทำ Website ก็จะต้องจดจำไว้หลายชุดเหลือเกิน ไหนจะมี Password สำหรับใช้งาน Panel ของโฮส , Password สำหรับ FTP , Password สำหรับฐานข้อมูล MySQL , Password สำหรับจัดการ Joomla , หากใครจดโดเมนด้วยตัวเอง ก็ยังต้องมี Password สำหรับโดเมนอีก , ไหนจะต้องเผื่อ Forgot Password อีก ก็ต้องจำ Password อีเมล อีก โอยยยยยย ทำไมเราต้องจำอะไรเยอะแบบนี้ พอเราเกิดลืมพาสเวิร์ดอะไรขึ้นมา ก็เอะอะโทรไปถามโอสอย่างเดียว ซึ่งบางครั้ง CMS ที่เราใช้ ก็อยู่นอกการดูแลของโฮสนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นพาสเวิร์ดเกี่ยวกับโฮส , FTP , หรือฐานข้อมูล อันนี้ก็พอให้ทางผู้ให้บริการช่วยได้ แต่สำหรับ CMS เอง เราคงไม่ต้องไปรบกวนหรอกครับ เพราะเราก็สามารถจัดการเองได้
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นมือใหม่ในการเริ่มต้นทำ Joomla นั้น เมื่อดาวน์โหลดไฟล์แพ็คเกจ Joomla มาจากอินเตอร์เน็ตแล้ว ก็จะมาคลายซิปไฟล์ที่เครื่อง แล้วก็อัพโหลดไฟล์เหล่านั้น ขึ้นโฮสเซิร์ฟเวอร์ไป ระหว่างที่รอก็คงจะทานขนม ดูหนัง หรือหลับยามเวลาที่รอคอยการอัพโหลดไฟล์ Joomla เพราะกว่าจะอัพไปได้แต่ละไฟล์ มันนานเหลือเกิน แถมต้องตรวจสอบอีกว่า ไฟล์ใดที่อัพไปไม่สำเร็จหรือไม่ ก็ต้องมาอัพโหลดทับไปอีกครั้ง ยิ่งถ้าหากต้องการติดตั้งใหม่ด้วยแล้ว ก็ต้องมาทำแบบนี้ซ้ำ ๆ กัน โอยยย