พื้นฐาน Joomla

จัดบทความอย่างไร ให้ดูดี
การเขียนบทความในจูมล่า ไม่ใช่ว่าจะพิมพ์ ๆ ๆ ไปแล้วก็ Save แล้วจะออกมาดูแจ่มนะครับ ของแบบนี้ เทค...

เทคนิค Joomla

Modify ได้อย่างใจ ตอนที่ 3 เปลี่ยนหน้า Offline Page
นานแล้วครับที่เรายังใช้หน้า Offline ของ Joomla เป็นแบบเดิม ๆ กันอยู่ หากเราทำการตั้งค่า Site Of...

แนะนำ Extension

สร้างแบบฟอร์มด้วย CK Forms
แบบฟอร์มสำหรับรับการติดต่อจากผู้เยี่ยมชม หรือจะเป็นฟอร์มลงทะเบียนต่างๆ เอ่... ผมเรียกมันว่าแบบฟ...
( 2 Votes )
Cache JoomlaCache (แคช) เป็นวิธีการหนึ่งที่ Joomla ได้นำมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึงบทความและหน้าเพจต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานเองสามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บ Cache ได้ หรือ เลือกที่จะไม่ใช้ Cache ก็ได้ ดังนั้นก่อนที่เราจะไปจัดการมัน เราลองมาดูกันดีกว่าว่า Cache คืออะไร

เมื่อมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ 1 ครั้ง การทำงานของเว็บไซต์ก็คือ ประมวลผลไฟล์ภาษาที่เว็บไซต์นั้นได้พัฒนาขึ้น และถ้าหากไฟล์เว็บไซต์นั้นจำเป็นต้องมีการเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลออกมาแสดงผลร่วมด้วย ก็จะต้องไปทำการค้นหาฐานข้อมูลแล้วนำออกมาแสดงผลพร้อมกับหน้าเว็บไซต์ จะต้องทำเช่นนี้ทุกครั้งที่มีการเรียกดูหน้าเว็บไซต์เลยล่ะ แล้วถ้าหากมีคนเข้าชมพร้อมกัน 1 พันคน ก็จะต้องทำแบบนี้กันทุกครั้งต่อผู้เรียกดูหน้าเว็บไซต์ 1 คน ซึ่งนั่นก็จะตกเป็นภาระของเครื่อง Web Server เป็นอย่างมากที่จะต้องทำงานหลายหน้าที่ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมนั้นรู้สึกว่าการโหลดเว็บไซต์ 1 หน้านั้น ใช้ระยะเวลานาน ทั้ง ๆ ที่บางครั้งหน้าเว็บไซต์นั้น ก็เป็นหน้าเดิมและมีข้อมูลเดิม

ดังนั้นระบบ Cache จึงเข้ามาช่วยงานตรงนี้ โดยระบบจะทำการตรวจสอบว่า มีการเรียกใช้งานหน้าเว็บไซต์ใดไปบ้าง เมื่อมีการเรียกใช้งานหน้าเว็บไซต์นั้น ระบบก็จะเก็บการเข้าถึงข้อมูลในหน้านั้นลงในสิ่งที่เรียกว่า Cache ซึ่งอาจจะเป็นไฟล์ชนิดหนึ่งที่ถูกบันทึกลงในไดเร็คทอรี่ใดก็ได้ และเมื่อมีการเรียกใช้งานหน้าเว็บไซต์นั้นอีกครั้ง ระบบก็ไม่จำเป็นต้องไปประมวลผลทั้งหมดเหมือนเก่าอีกครั้ง แต่จะใช้ไฟล์ Cache นั้นดึงไปแสดงผลแทน ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงหน้าเว็บนั้นเร็วขึ้นมาก

แต่ Cache ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ด้วยเหตุผลที่ว่า ข้อมูลที่เรียกดูนั้นอาจเป็นข้อมูลเก่าและถูกบันทึกลงใน Cache เมื่อมีการเรียกดูจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ ก็จะเท่ากับว่าเป็นการเรียกดูจาก Cache เสมอ ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์ไปแล้ว แต่ผู้เข้าชมยังคงได้รับข้อมูลเก่าจาก Cache ก็จะทำให้ไม่ได้รับข้อมูลที่อัพเดตถูกต้อง ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดระยะเวลาการเก็บ Cache และอายุของ Cache ซึ่งเมื่อ Cache นั้นหมดอายุ และถูกล้างออกไปจากระบบแล้ว ระบบก็จะทำการเก็บ Cache ให้ใหม่ ซึ่งก็จะทำให้ข้อมูลของ Cache นั้นอัพเดตเป็นปัจจุบัน

การกำหนดให้ระบบจัดเก็บ Cache และอายุของ Cache นั้น อยู่ในเมนู Global Configuration > System > Cache Settings

Cache Joomla

ซึ่งจะเป็นการเก็บแคชของบทความ และ Extension ต่าง ๆ โดยจะถูกจัดเก็บลงภายใต้ไดเร็คทอรี่ cache ของ Joomla เอง ถ้าหากต้องการที่จะเก็บ Cache ก็ให้เลือกออพชั่นเป็น Yes , สำหรับโมดูลเองในบางตัวนั้นจะมีให้เลือกระยะเวลาการเก็บ Cache เป็นของตนเอง

Cache Joomla

การกำหนด Cache ของโมดูลจากการทดสอบของผมเอง มันค่อนข้างแสดงผลได้เร็วมาก เรียกได้ว่า Refresh แว๊ปเดียวก็มาแล้ว

เมื่อต้องการลบ Cache ที่ยังไม่หมดอายุ แต่ว่าต้องการให้ระบบเริ่มเก็บ Cache ใหม่ อันเนื่องมาจากเราได้ทำการอัพเดตเว็บไซต์ของเราใหม่ที่มีข้อมูลอัพเดตกว่า ก็สามารถทำได้โดยเลือกเมนู Tools > Clean Cache

Cache Joomla

จะพบกับรายการที่แคชนั้นได้ถูกเก็บไว้ โดยระบบจะบอกว่าแคชที่ถูกเก็บนั้นมาจากส่วนใดของระบบ และมีขนาดเท่าใด โดยเราสามารถเลือกที่จะลบแคชที่ต้องการได้จากจุดนี้ , แต่บางครั้งแคชที่หมดอายุไปแล้วและระบบยังไม่ได้ลบออกจากพื้นที่ ก็จะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่โดยไม่จำเป็น ดังนั้น Joomla เองก็จึงมีระบบนี้เพื่อกำจัดแคชที่หมดอายุออกไปโดยเลือกเมนู Tools > Purge Expired Cache

Cache Joomla

แล้วกดปุ่ม Purge expired ทางด้านขวา ก็จะสามารถล้างแคชที่หมดอายุออกไปจากระบบได้

การตั้งระยะเวลาแคชที่ดี ไม่ควรน้อยเกินไป หรือมากเกินไป เพราะถ้าหากน้อยเกินไป ก็จะทำให้ระบบต้องจัดเก็บแคชอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมากเกินไปก็จะทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถรับข้อมูลที่อัพเดตกว่าได้ ดังนั้นจึงควรประเมินความถี่ของการอัพเดตเว็บไซต์ของตนเองให้เหมาะสมกับระยะเวลาของแคชด้วยนะครับ

จัดการ Cache ของ Joomla

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง